กรุงโรม (ประเทศอิตาลี) วันที่ 22 ตุลาคม 2021 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยี่ยมสมาชิกคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ ในระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่ครั้งที่ 24 ณ บ้านศูนย์กลางของคณะที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี โอกาสนี้ มาเดอร์ เคียรา คัสซูโอลา อัคราธิการิณีคณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ และซิสเตอร์อีวอง แรงกว๊อท อดีตอัคราธิการิณี พร้อมด้วยสมาชิกในที่ประชุมสมัชชาทุกคนให้การต้อนรับการเสด็จเยือนของพระองค์ท่านด้วยความตื่นเต้นยินดี นับเป็นพระพรที่พระเจ้าประทานแก่คณะอย่างเหลือล้น สมเด็จพระสันตะปาปาทรงพบปะ ทักทายบรรดาซิสเตรอ์ในที่ประชุมทุกคนด้วยความมีชีวิตชีวาและเป็นกันเอง และทรงใช้โอกาสนี้ประทานข้อคิดเพื่อให้กำลังใจแก่บรรดาซิสเตอร์ในการเป็น “หมู่คณะที่ก่อให้เกิดชีวิต” และการเป็น “สตรีแห่งความหวัง” ท่ามกลางช่วงเวลาและสถานการณ์ปัจจุบันที่เต็มด้วย “ความเปราะบางและความไม่แน่นอน” ของการแพร่ระบาดของโรคร้ายที่ได้คร่าชีวิตของผู้คนมากมาย เป็นต้น คนยากจนที่น่าสงสาร และทรงกำชับให้บรรดาสมาชิกของคณะทุกคนได้อยู่เคียงข้างผู้ยากจนและบรรดาเยาวชน อีกทั้งยึดมั่นในการดำเนินชีวิตตามพระพรพิเศษของคณะดังเช่นเมื่อเริ่มแรกที่คณะได้ถือกำเนิดมาอย่างซื่อสัตย์
พระสันตะปาปาฟรังซิสเป็นประธานในการภาวนาคริสตศาสนสัมพันธ์
ช่วงเย็นวันพุธที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงเป็นประธานในการภาวนาคริสตศาสนสัมพันธ์ โอกาสปิดสัปดาห์ภาวนาเพื่อเอกภาพคริสตชน พิธีนี้จัดในมหาวิหารนักบุญเปาโล นอกกำแพงกรุงโรม ท่ามกลางผู้แทนของพระศาสนจักรต่างๆ ที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง พระสันตะปาปาตรัสว่า – นักบุญเปาโลเคยเบียดเบียนคริสตชน แต่แล้ว ท่านก็เปลี่ยนจากการเป็นคนที่เชื่อในความสามารถของตนเองและปฏิบัติตนตามธรรมบัญญัติอย่างเคร่งครัด มาเป็นคนที่กลับใจและศรัทธาต่อความรักของพระเจ้าผู้ทรงมอบพระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระองค์ให้กับเรา – เหมือนกับนักบุญเปาโล เราแต่ละคนได้รับการอภัยโทษและรับความรักจากพระเจ้า เราถูกเรียกให้มาประกาศพระวรสารแห่งการคืนดีผ่านทางวาจา การดำเนินชีวิต และการทำตนเป็นประจักษ์พยานถึงชีวิตที่คืนดีกัน การคืนดีที่แท้จริงระหว่างคริสตชนจะบรรลุผลต่อเมื่อเราตระหนักถึงพระพรที่แต่ละคนมีและเรียนรู้พระพรนั้นจากคนอื่น เราตระหนักและเรียนรู้ด้วยความสุภาพและเชื่อฟัง โดยไม่ต้องให้ใครมาเรียนรู้จากเราก่อน – โอกาสครบรอบ 500 ปีที่ มาร์ติน ลูเธอร์ ปฏิรูปศาสนาคริสต์ คริสตชนต้องตระหนักถึงสิ่งที่เกิดในอดีตและต้องอย่าให้ตนเองจมปลักอยู่กับเรื่องเหล่านั้น คริสตชนต้องให้พระเจ้าบันดาลให้สิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้น จงเปิดตัวเองให้กับความหวังแล้วเราจะไม่ผิดหวัง – คริสตชนทุกนิกายควรใช้ประโยชน์ในทุกโอกาสที่พระญาณสอดส่องของพระเจ้านำเรามาพบกัน ในการสวดภาวนาและประกาศความรักของพระเจ้าร่วมกัน รับใช้ร่วมกัน เฉพาะอย่างยิ่ง รับใช้ผู้ที่ยากไร้และถูกทอดทิ้ง – ในความเป็นจริงแล้ว ความรักคือเครื่องยนต์ขับเคลื่อนงานคริสตศาสนสัมพันธ์ รักแท้ไม่ลบล้างความชอบธรรมที่แตกต่างของพระศาสนจักรต่างๆ แต่จะนำเราคืนดีกันและร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแท้จริง









Leave a Reply