สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอน การที่คริสตชนจะเป็นแสงสว่างส่องโลกและเป็นเกลือดองแผ่นดิน เราต้องเป็นอิสระจากการโกง การหลีกหนีจากการโกง ต้องทำต่อเนื่องทุกวัน เพราะการโกงไม่มีวันจบสิ้น นอกจากนี้ เรายังต้องปฏิเสธเมล็ดพันธุ์สกปรกที่เกิดจากความเห็นแก่ตัว ความอิจฉา และการนินทาเพราะสิ่งนี้ทำลายสังคมของเรา ตอนท้าย สัตบุรุษร่วมเปล่งเสียง “วีว่า ปาปา” เพื่อให้กำลังใจพระสันตะปาปา หลังมีผู้ไม่ประสงค์ดีติดโปสเตอร์โจมตีพระองค์หลายแห่งทั่วกรุงโรม ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงออกมานำสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน พระวรสารวันนี้ พระเยซูทรงกล่าวกับบรรดาศิษย์ว่า “ท่านทั้งหลายเป็นเกลือดองแผ่นดินและเป็นแสงสว่างส่องโลก” พระสันตะปาปาตรัสแบ่งปันว่า – คริสตชนได้รับกระแสเรียกให้มอบรสชาติที่ดีให้กับชีวิตของตน และในเวลาเดียวกัน เรายังต้องหลีกหนีจากเมล็ดพันธุ์สกปรกอันเนื่องมาจากความเห็นแก่ตัว ความอิจฉา และการนินทา เมล็ดพันธุ์สกปรกเหล่านี้ทำลายโครงสร้างสังคมของเรา ทั้งที่สังคมนี้ควรจะเป็นสถานที่ซึ่งต้อนรับทุกคน ร่วมแบ่งปันความเป็นหนึ่งเดียวกัน และทำให้เกิดการคืนดีกัน – การจะเติมเต็มพันธกิจนี้
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงแต่งตั้ง ซิสเตอร์ อเลสซานดรา สเมริลลี (FMA)
สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงแต่งตั้ง ซิสเตอร์ อเลสซานดรา สเมริลลี (Alessandra Smerilli) ทำหน้าที่เลขาธิการกระทรวงพัฒนามนุษย์และประสานงานคณะกรรมาธิการวาติกัน โควิด-19 ซึ่งก่อตั้งโดยสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ซิสเตอร์อเลสซานดรา สเมริลลี คณะธิดาแม่พระองค์อุปถัมภ์ (FMA) เกิดเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 1974 ในเมืองวาสโต ประเทศอิตาลี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองจากคณะเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัย La Sapienza แห่งกรุงโรม และปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์จากคณะเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัย East Anglia ในเมืองนอริช (สหราชอาณาจักร) ซิสเตอร์อเลสซานดรา มีความมุ่งมั่นในการรับใช้พระศาสนจักร และปรารถนาแสดงความขอบคุณต่อสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสสำหรับการแต่งตั้ง ดังนี้ “ฉันสำนึกด้วยใจรู้คุณต่อพระสันตะปาปาบิดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ สำหรับหน้าที่ที่พระองค์ทรงมอบให้ ฉันสวดภาวนาขอพระเจ้าได้ทรงช่วยให้ฉันทำงานนี้ด้วยจิตวิญญาณแห่งความเชื่อฟังต่อพระศาสนจักร ด้วยความถ่อมตน มุ่งมั่น คิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการฟัง ความปรารถนาทั้งหมดและความตั้งใจจริงของฉัน คือการรับใช้พันธกิจของพระศาสนจักรอย่างสุดความสามารถ ตราบเท่าที่สมเด็จพระสันตะปาปาทรงเห็นควร”









Leave a Reply