สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอน การที่คริสตชนจะเป็นแสงสว่างส่องโลกและเป็นเกลือดองแผ่นดิน เราต้องเป็นอิสระจากการโกง การหลีกหนีจากการโกง ต้องทำต่อเนื่องทุกวัน เพราะการโกงไม่มีวันจบสิ้น นอกจากนี้ เรายังต้องปฏิเสธเมล็ดพันธุ์สกปรกที่เกิดจากความเห็นแก่ตัว ความอิจฉา และการนินทาเพราะสิ่งนี้ทำลายสังคมของเรา ตอนท้าย สัตบุรุษร่วมเปล่งเสียง “วีว่า ปาปา” เพื่อให้กำลังใจพระสันตะปาปา หลังมีผู้ไม่ประสงค์ดีติดโปสเตอร์โจมตีพระองค์หลายแห่งทั่วกรุงโรม ช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงออกมานำสวดทูตสวรรค์แจ้งข่าว ณ ลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกัน พระวรสารวันนี้ พระเยซูทรงกล่าวกับบรรดาศิษย์ว่า “ท่านทั้งหลายเป็นเกลือดองแผ่นดินและเป็นแสงสว่างส่องโลก” พระสันตะปาปาตรัสแบ่งปันว่า – คริสตชนได้รับกระแสเรียกให้มอบรสชาติที่ดีให้กับชีวิตของตน และในเวลาเดียวกัน เรายังต้องหลีกหนีจากเมล็ดพันธุ์สกปรกอันเนื่องมาจากความเห็นแก่ตัว ความอิจฉา และการนินทา เมล็ดพันธุ์สกปรกเหล่านี้ทำลายโครงสร้างสังคมของเรา ทั้งที่สังคมนี้ควรจะเป็นสถานที่ซึ่งต้อนรับทุกคน ร่วมแบ่งปันความเป็นหนึ่งเดียวกัน และทำให้เกิดการคืนดีกัน – การจะเติมเต็มพันธกิจนี้
สารวันผู้ยากไร้โลกครั้งที่ 3
ผู้ยากไร้ได้ช่วยชีวิตพวกเราเพราะพวกเขาเผยพระพักตร์ของพระเยซูเจ้าให้เราได้เห็น หัวข้อวันผู้ยากไร้โลกครั้งที่ 3 ที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงเลือกคือ “เพราะพระองค์ไม่มีวันทรงลืมคนขัดสนเลย ความหวังของคนยากจนจะไม่ล้มเหลวอย่างแน่นอน” (สดด 9:18) ในสารวันผู้ยากไร้โลกซึ่งปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 2019 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงตรัสว่า คำพูดเหล่านั้นของบทสดุดี “แสดงให้เห็นถึงความจริงที่ลึกซึ้งที่ว่า ความเชื่อคือสิ่งที่อยู่เหนือสิ่งอื่นใดในหัวใจของผู้ยากไร้ ความเชื่อช่วยพวกเขากอบกู้ฟื้นฟูความหวังในยามที่ต้องเผชิญกับความอยุติธรรม ความทุกข์และความไม่แน่นอนของชีวิต” ทรงชี้ให้เห็นว่าตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมามีคนรวยและคนจนอยู่เสมอ และในวันนี้ “เราต้องยอมรับการเป็นทาสรูปแบบใหม่ ๆ ของชายหญิงเยาวชนและเด็กหลายล้านคน” “กี่ครั้งกี่หนที่พวกเราเห็นคนยากจนคุ้ยตามถังขยะเพื่อค้นหาสิ่งที่คนอื่นทิ้งด้วยความหวังว่าจะเจอบางสิ่งบางอย่างเพื่อสวมใส่หรือเพื่อเลี้ยงชีวิต” ในพระคัมภีร์ พระเจ้าทรงให้ความสนใจคนยากไร้อยู่เสมอ “สถานการณ์ของผู้ยากไร้ที่เราเห็นอยู่ในขณะนี้เตือนใจเราให้ไม่อยู่ห่างจากพระเจ้าผู้ทรงสถิตอยู่กับพวกเขาและทนทุกข์ทรมานในพวกเขา เราถูกเรียกให้สัมผัสเลือดเนื้อของพระองค์ในผู้ยากไร้และมุ่งมั่นเสนอตัวรับใช้ นี่เป็นการประกาศข่าวดีอย่างแท้จริง ความมุ่งมั่นในการส่งเสริมคนยากจนรวมถึงการพัฒนาด้านสังคมของพวกเขานั้น ไม่ได้เป็นสิ่งที่ต่างไปจากการประกาศข่าวดีแห่งความรอดเลย ในทางตรงกันข้ามแสดงให้เห็นความสมจริงของความเชื่อของคริสตชนและความถูกต้องทางประวัติศาสตร์” สมเด็จพระสันตะปาปาตรัสว่า “ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเป็นประจักษ์พยานถึงความหวังของคริสตชนท่ามกลางกระแสของสังคมในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยกระแสบริโภคนิยมซึ่งทำให้ของสิ้นเปลืองเกิดขึ้นเต็มไปหมดเพียงเพื่อตอบสนองคุณภาพชีวิตที่คนทั่วไปคิดว่าดี สิ่งที่จำเป็นในตอนนี้ คือการเปลี่ยนแนวความคิดเพื่อที่เราจะได้รู้จักแยกแยะว่าสิ่งไหนจำเป็น เพื่อที่เราจะสามารถมอบเนื้อหาและยืนยันการประกาศอาณาจักรของพระเจ้า” พระองค์ท่านได้ตรัสอีกว่า “ถึงแม้ว่าคนจนจะต้องการสิ่งของ อาทิ เสื้อผ้า หรือ อาหารอุ่นๆ สักมื้อ แต่สิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุดคือความรัก” “พระเจ้าได้เลือกสิ่งที่อ่อนแอเพื่อที่จะทำให้สิ่งที่แข็งแกร่งได้ละอาย ผู้ยากไร้ได้ช่วยชีวิตพวกเราเพราะพวกเขาเผยพระพักตร์ของพระเยซูเจ้าให้เราได้เห็น” สมเด็จพระสันตะปาปาทรงตรัสสรุปว่า “หากศิษย์พระคริสต์ปรารถนาจะเป็นผู้ประกาศ พวกเขาต้องหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังที่จับต้องได้” พระองค์ท่านทรงขอให้ชุมนุมคริสตชนทุกแห่งและทุกคนที่รู้สึกถูกกระตุ้นให้เสนอความหวังและการปลอบโยนคนจน “ช่วยกันส่งเสริมวันผู้ยากไร้โลกให้เป็นโอกาสของความมือกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อว่าจะไม่มีใครถูกกีดกันจากความใกล้ชิดและความน้ำหนึ่งใจเดียวกัน” […]









Leave a Reply